2010/03/08

Do I really do?


ถอนหายใจเฮือกฮาก เป็นวันจันทร์ที่ถูกดูดเอาความกระตือรือร้นไปตามเคย คงเพราะได้หยุดบ่มเพาะความขี้เกียจในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมานั่นล่ะ

คือ สองสามวันที่ผ่านมา อยู่ๆก็นึกพิจารณาบางอย่างเกี่ยวกับตัวเอง พูดตรงๆก็คือเกี่ยวกับเรื่องฟิคนั่นล่ะ เราค้นพบว่า ไม่สามารถเอามันออกมาจากหัวได้ง่ายๆเหมือนแต่ก่อนแล้ว แล้วการจะถ่ายทอดมันออกมาเป็นตัวหนังสือมันก็ยากมากๆ ฟังอย่างนี้แล้วหลายคน(ที่เป็นแฟนฟิค)อาจตกใจ แต่อยากบอกว่าเราเองก็กังวลใจมากเหมือนกัน

คิดว่ามันคงมีสาเหตุนั่นล่ะ เรื่องเวลาคงเอามาเป็นข้ออ้างไม่ได้อีกแล้ว เพราะคงไม่มีใครจะมีเวลาว่างได้ตลอด และเมื่อก่อนเราเองก็สามารถทำได้ บอกตามตรงว่าห่วงความรู้สึกของคนอ่านนะ ทิ้งช่วงมานานขนาดนี้ก็ทำเอาเราใจไม่ดีเหมือนกัน กลัวว่ามันจะยิ่งทำให้ตัวเองชินด้วย

ไม่ใช่ไม่อยากเขียนนะ ในหนึ่งวัน ในหัวเรา ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้าหรือตอนเที่ยง ตอนบ่ายหรือตอนเย็น หรือแม้แต่ตอนกลางคืน มันต้องมีชั่วโมงใดชั่วโมงหนึ่งล่ะที่นึกถึงฟิค เรื่องนั้นเรื่องนี้ อยากแต่งต่ออย่างนั้นอย่างนี้ ทุกอย่างรอบตัวที่เกิดขึ้น ที่ได้ดู ที่ได้เห็น และได้ยิน ทุกอย่างมันสามารถทำให้เราคิดเชื่อมโยงกับฟิคได้ง่ายๆ คิดแล้วก็อิน ถึงขนาดน้ำตาไหลพรากๆก็มี แต่ทำไมพอเวลาอยากจะเขียนมันออกมามันถึงได้ยากนักวะ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

เคยคิดอยากจะลองถามคุณนิ้วกลมว่า "เคยเป็นไหม เวลาอยากเขียนอะไรแต่เขียนไม่ออก ทั้งที่เรื่องมันก็มีอยู่เต็มหัว" แต่ว่านะ เหมือนจะเคยมีคนถามคำถามลักษณะนี้แทนแล้ว และคำตอบของคุณนิ้วกลมก็คือ "ไม่มีหรอกที่เขียนไม่ออก มีแต่ไม่เริ่มลงมือเขียนเองต่างหาก" ชิ้ง...... แทงใจดำชะมัด

แล้วมันยังขาดอะไรอีกล่ะ อะไรที่เป็นอุปสรรคทำให้เราทำได้ไม่เหมือนเมื่อก่อน เพราะถ้าจะบอกว่าเป็นเพราะขาดแรงบันดาลใจ ข้อนี้เป็นไปไม่ได้อย่างแรง เพราะทุกครั้งที่ได้เห็น ได้ดู ได้ฟังเสียงวินส์ มันรู้สึกเหมือนถูกกระตุ้นมากๆ มันอยากจะทำอะไรสักอย่าง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง มันเป็นอะไรของมันละฮึ มันอุ่กหยุ่งเด้ ลึกๆมันรู้สึกผิดหวังในตัวเองด้วย เรื่องในจินตนาการมันสวยหรูมาก มันเพอร์เฟคมาก มันกินใจมาก แต่ทำไมเราถึงเอามันออกมาให้คนอื่นสัมผัสด้วยไม่ได้ล่ะ?

Possible reasons ได้แก่
1. แก่แล้ว พูดง่ายๆคือ หมดไฟ
2. อิ่มตัว พูดง่ายๆคือ มันอาจผ่านยุคเฟื่องฟูของมันมาแล้ว ข้อนี้ไม่ได้หมายถึงมันเป็นผู้ยิ่งยง แต่หมายถึง มันผ่านจุดจุดหนึ่งที่ความรู้สึกมันบอกว่าพีคที่สุดบนเส้นทางสายรุ้งของมันมาแล้ว
3. สังขาร ข้อนี้เกี่ยวโยงกับข้อแรก เคยตั้งใจนะว่า อาบน้ำเสร็จจะกลับมาตั้งใจแต่งฟิคต่อ แต่พอเสร็จปรากฎว่า ตาปรือง่วงนอน เพราะร่างกายมันอยู่ในภาวะผ่อยคลาย แน่นอน แต่ก่อนไม่ได้ง่ายขนาดนี้ แต่ตอนนี้อย่างที่บอกว่าแก่แล้ว (หัวเราะ)
4. สนิมสร้อย คิดว่ามันน่าจะเกาะทั้งนิ้วและสมองอยู่นิดๆ
5. ทิ้งช่วงการอ่านมาเป็นเวลานาน เค้าว่ากันว่า การอ่านเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลก่อให้เกิดแรงบันดาลใจทำให้เรารู้สึกอยากจะขีดจะเขียน มันเป็นความมจริง เพราะเราก็เคยถูกกระตุ้นแบบนั้น และครั้งล่าสุดที่จับหนังสือนิยาย(หรือฟิค)น่ะเหรอ.....จำไม่ได้จริงๆ (แต่ถ้าเป็นการ์ตูนวายก็เมื่อคืนนี่เอง 555555)
6. คาดหวังกับตัวเองลึกๆ จนก่อให้เกิดความกดดัน(บวกความเครียด)ในบางครั้ง ตั้งแต่ที่รู้ตัวว่า มีคนอ่านเรื่องที่เราเขียนอย่างใส่ใจ นั่นก็ทำให้รู้สึกแล้วว่า เราจะสักแต่เขียนโดยไม่มีที่มาที่ไปเหมือนแต่ก่อนไม่ได้แล้ว (แต่ข้อนี้ทำยากนะ เพราะบางอารมณ์มันก็.....นั่นล่ะ 5555)

ตอนแรกคิดได้แค่ 2 ข้อแรกเองนะ แต่ทำไมไปๆมาๆมันมีเยอะขนาดนี้ล่ะ (หัวเราะ) พอก่อนๆ ไม่อย่างนั้นไม่จบแน่ๆ

(ถอนหายใจ) สรุป ปัญหามันก็ยังอยู่ที่ "ทำไมเรียบเรียงมันออกมาเป็นตัวหนังสือได้ยากเย็นนักวะ" หรือมันจะอยู่ที่สมาธิก็ไม่รู้นะ หรืออยู่ที่ความไม่ตั้งใจ.....ไม่จริงงงงงงงงง T[]T

^
^


ทั้งหมดที่ว่ามานั้น ถึงมันจะเป็นความจริง
แต่มันก็เป็นวิธีกระตุ้นตัวเองอีกวิธีหนึ่งของมัน.....ซึ่งหลายคนอาจไม่เข้าใจ (หัวเราะ)

Day by Day | Comments(1) | Trackback(0)
2010/01/23

Present Day

*เกิดมายังไม่เคยใช้ธีมบลอคสีชมพู เป็นไง แหล่มป่ะ (หัวเราะ)
ต้อนรับเทศกาลฟามรักล่วงหน้าจ้ะ แต่เฮดบลอค ขอติดไว้ก่อนนะ ^[+++++]^


-------------

เมื่อวานมีแขกบ้านแขกเมืองมาเยืิอน(หัวเราะ) น้องปอกับน้องส้มแท็กมือกันลงมาเมืองกรุงเพื่อพบปะกับเหล่าสมาชิกภาคีโดยเฉพาะ เสียดายอย่างสุดซึ้งเลยที่พี่ไม่อาจให้เวลาได้อย่างเต็มที่ จังหวะชีวิตมันไม่อำนวยจริงๆ สวรรค์คงกลั่นแกล้ง T^T เพราะแม้แต่วันหยุดที่สมควรจะได้ไปตะลอนกับพวกน้องๆ แต่ก็ยังต้องลากสังขารมาทำงาน มันเป็นงานสำคัญทั้งสองวันที่จะขาดเราไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นคนเลวเลย (จริงๆนะ ฮา)

ขอบคุณน้องปอและน้องส้มที่มีของติดไม้ติดมือมาฝาก น่ารักมาก แต่ก่อนหน้านั้น ช่วงกลางวันมีพัสดุกล่องใหญ่ส่งมาให้ที่ออฟฟิศ ส่งตรงมาจากหาดใหญ่โน่นเลย เด็กบางคนส่งระเบิดมาให้ เหอๆ ซะเมื่อไหร่ล่ะ เป็นสารพัดช็อค (หัวเราะ)

Gift1.jpg

ว่าไงนะ? เห็นอันนี้แล้วนึกถึงทันทีเลย? โทษทีเว้ย เราคออ่อน (กร๊ากกก)
จริงๆมีเยอะกว่านี้ แต่เราซัดไปแล้วกล่องนึง ส่วนอีกกล่องไม่สามารถหามุมวางถ่ายให้มันออกมาสวยได้ (ฮาเหิด) ขอบใจงูน้อยมากเลย กะจะเพิ่มความหวานให้เจ๊ว่างั้น?


ส่วนของฝากจากอีกสองสาวชาวเคอาร์ฯก็....

Gift3.jpg
อันนี้จากน้องปอ ที่ห้อยมือถือ น่ารักมาก ไม่รู้จะกล้าใช้รึเปล่า (ฮา) กลัวมันมีรอยด่างพร้อยง่ะ และอีกอันจากน้องส้ม


Gift2.jpg

ตอนได้รับถึงกับมือไม้สั่น ทำไมรู้ใจกันอย่างนี้ละจ๊ะ ทำไมเลือกรูปได้ถูกใจอย่างนี้ละจ๊ะ >3< ชอบน้องรูปนี้ที่ซู๊ดดดดด น่ารัก น่าหลงใหล น่ามอง น่าค้นหา(เข้าไปใต้ผ้าห่ม อิอิ) มองแล้วก็ยิ้มเป็นบ้า เจริญหูเจริญตาได้อี๊กกกก ขอบคุณน้องๆทั้งสองมากเลยจ้ะ

คืนนี้เสร็จงานก็จะพยายามพุ่งทะยานออกไปสมทบให้เร็วที่สุดก็แล้วกันนะ >_<
Day by Day | Comments(17) | Trackback(0)
2010/01/08

Change Needed

เปลี่ยนธีมใหม่ แต่ว่ามันทะมึนไปมั้ย -_____-
ไม่เป็นไร ไว้ค่อยกลับไปเก็บรายละเอียดที่บ้าน (ถึงจะยังไม่รู้ว่ามีอะไรให้ตามเก็บก็เหอะ)

หยุดยาวช่วงปีใหม่นานถึงเจ็ดวัน พอได้กลับมาทำงานแล้วมันก็ชวนให้โหยหา

ช่วงเวลาแห่งความสุขดีแท้ แต่ก็รู้สึกนะว่า มันเป็นการเริ่มต้นทำงานในปีใหม่ที่ไม่เลว

รู้สึกกระตือรือร้นกับเค้าเป็นเหมือนกัน ขอให้พลังจงอยู่คู่กับเราตลอดไป ฮ่าฮ่า

หวังว่าทุกคนคงมีความสุขสนุกสนานกับปีใหม่ที่ผ่านมานะ ตอนนี้ก็ยังไม่เก่าหรอก

อีกหลายวันกว่าคนจะเลิกเห่อกัน ฮ่าฮ่า
แค่นี้ก่อนล่ะ ไม่ค่อยมีอะไรจะบอกกล่าวเลยจ้ะ

Day by Day | Comments(6) | Trackback(0)
2009/12/13

Hello Sunday


เกือบทำลายสถิติของวันหยุดรัฐธรรมนูญทีผ่านมาแล้ว ตื่นเอาตอนเที่ยงครึ่ง นี่ถ้าไม่รู้สึกร้อนก็คงไม่ตื่น ทำไมหลัง ๆ มานี้ตื่นสายมากกกกกกก็ไม่รู้ ยังไม่ไปไหนทำอะไร ห้องน้งห้องน้ำก็ยังไม่ได้เข้า เปิดคอมขึ้นมาก่อนเป็นอันดับแรก สะท้อนให้เห็นถึงวินัยในการใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี (กร๊ากกกส์ ประชดตัวเองเสียให้เสร็จสรรพ)

เมื่อวานเลิกงานแล้วก็แวะไปแถว ๆ สยาม นัดเจอเพื่อน จะเอารองเท้าไปให้ไอ้เจ ความจริงแล้วมันให้มานานแล้วแต่มันไม่เคยใส่ให้มันซะที (บวกกับมันใหญ่กว่าเท้าเราด้วยนิดนึง) มันก็เลยทวงคืน (หัวเราะ)

จริง ๆ ก็ไปเจอกับสาวกด้วยน่ะแหละ พอกินข้าวเสร็จก็เลยแยกกัน เราก็ตามไปเก็บมังงะวายตามปกตินิสัย (บ่งบอกมาก - ฮาเหิด) พอส่งน้องตองเสร็จ ชายกับหนุ่มเลยไปกินซเวนเซ้นส์กัน นี่กะว่าจะแต่งเรื่องในร้านมาแข่งกับน้องส้มแล้วนะ (หัวเราะ) แต่ขาดอุปกรณ์ไปเยอะ เลยแต่งกันด้วยคำพูดแทน (กร๊ากกกกก)

และต่อไปนี้ คือกิจกรรมที่ทั้งสองคนไปทำก่อนจะกลับบ้าน

booth5.jpg
จริง ๆ แล้วมินาโตะจะยิงเป้า แต่เจ้าตัวสีชมพูมันหลับตายกมือขึ้นปิดหูซะก่อน (ฮาเหิด) พยายามกันมากที่บูธนี้ ดีที่เงินค่าบัตรเค้าเอาไปทำบุญ มิฉะนั้นจะเสียดายมาก เพราะเสียไปเยอะมาก

booth1.jpg
มินาโตะรังแกเด็กผู้หญิง!!!! น่าเกลียดมาก เค้านั่งอยู่ดี ๆ ก็จะเอาลูกบอลไปปาเค้า (กร๊ากกกกก)
เอ้อ ตรงบูธนี้แหละที่เราปาแล้วแบบ น้องเค้าถึงกับผงะหลบไปข้าง ๆ เลย คืออารมณ์ปาเหมือนจะแรงไปนิดนึงจนน้องเค้าตกใจ (555555) เราถึงกับหัวเราะแล้วก็ยกมือไหว้เลยทีเดียว สรุปก็คือ ปาไม่ถูกกันซักลูก แล้วพอหันไปมองผู้เล่นคนอื่น ๆ...... มีแต่ผู้ชาย -______-

เนี่ย เสียดายที่ไม่รู้ว่าที่สนามกีฬามีงานเทศกาลด้วย ไม่งั้นคงแวะไปแล้ว อดเที่ยวเลย อารมณ์เหมือนอยากไปเล่นงานวัด (ฮา) แล้วก็..... ช่วงนี้หมั่นมีเรื่องคนหล่อกับคนน่ารักมาให้ชุ่มชื่นหัวใจบ่อยจริง ๆ เลยน้า >3<

It was soooooooo late when I got up in this........ afternoon. (////)
There was a Japanese festival near by where I live yesterday. And of course..... I missed it coz I didn't know, lol. At that time I was having fun playing around with someone in the two pics above, lol. All we got is just a small doll!! (I can't remember the name). Good that all dough we spent went through donation box.

Christmas festival approaches. Every corner of the town is being decorated by Christmas trees and beautiful stuffs. It really is a festival of happiness. Everyone loves it!

My hair is getting longer and it does annoy me a lot. May be today I shall go to visit that barbershop again. But right now I think I need to fill my stomach up with something. I remember I have egg tart in da fridge from yesterday. Hope it's still edible :P



Day by Day | Comments(7) | Trackback(0)
2009/11/28

Life@Hong Kong & Macau


วันนี้ได้ฤกษ์มาลงรูปทริปที่ไปฮ่องกงและมาเก๊าซะที ความจริงแล้วอยากเอามาลงเยอะกว่านี้ แต่ก็เกรงว่ามันจะมากจนล้น คนดูจะตาลายเอา ก็เลยต้องคัดสรรมาอย่างดี (ฮา) ขอเริ่มที่ฮ่องกงก่อนเลยจ้ะ โดยความรู้สึกเราแล้ว ฮ่องกงเป็นเมืองที่เค้าจะพยายามใช้ทุกตารางนิ้วของพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อาจเป็นเพราะประเทศเค้าเป็นเกาะและพื้นที่ของเค้ามีจำกัดด้วยละมั้ง และผู้คนของเมืองนี้ก็ดูจะยุ่งและเร่งรีบกันมาก 

HongKong1.jpg  
ฮ่องกงมุมซ้าย 

HongKong5.jpg 
ฮ่องกงมุมขวา 

HongKong2.jpg 
อันนี้มุมไหนก็จำไม่ได้ (หัวเราะ)
This is on the second day of our arrival I think. Somehow, it reminds me of China town in Thailand. I think it is look a like.

แต่ก็ต้องยอมรับเลยละว่าการคมนาคมของเมืองนี้เค้าดีจริง ๆ ทั้งทางน้ำ บนบก และใต้ดิน อย่างน้อยที่มันสามารถรองรับและให้บริการคนจำนวนมากได้โดยไม่ติดขัดนี่ก็ถือว่าดีมาก ๆ แล้ว อันนี้แอบถ่ายรถประจำทางเค้ามาด้วย เหะ ๆ มันน่ารักดี 
HongKong4.jpg 

จำได้ว่าอาหารเช้ามื้อแรกที่ฮ่องกงคือนี่เลย เป็นข้าวต้มปลากินกับปาท่องโก๋ ขอบอกว่าอร่อยมาก ๆ ได้เยอะด้วย จำได้ว่าชามละ HK$22 นี่แหละ และเราก็ไม่เคยกินหมดเลยซักครั้ง (หัวเราะ) และอยากบอกว่าน้ำเต้าหู้ที่ฮ่องกงอร่อยจริง ๆ ถ้าใครได้ไปนี่เราแนะนำว่าอย่าได้พลาดเป็นอันขาดเลย 
HongKong3.jpg 
It's our first breakfast menu in HK, congee with fish eat together with deep fried doughstick. It tasted so good. But I must admit that I can't finish it all. My stomach can't contain that much :P

จากนั้นเราก็มุ่งหน้าไปเที่ยวที่ Repulse Bay ระหว่างทางก็มีเก็บช็อตสวย ๆ งาม ๆ ไปด้วย ถ่ายโน่นถ่ายนี่ ถ่ายดีบ้างห่วยบ้าง (ฮา) 
HongKong6.jpg 

 

แล้วเราก็ไปถึงที่หมาย เป็นสถานที่ที่สวยมาก ๆ นักท่องเที่ยวก็เยอะกำลังดี ไปถึงเราก็ไปสักการะเจ้าแม่กวนอิมกัน เอาแบงค์ไปลูบ ๆ ตรงรูปปั้นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วย เค้าว่ากันว่าเพื่อความเป็นสิริมงคล เงินทองจะได้ไหลมาเทมา (หัวเราะ) 

HongKong7.jpg   
HongKong8.jpg 
อีกมุมนึงจ้ะ

จากนั้นเราก็เดินลงไปอีกหน่อย ไปเจอสารพัดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (ฮา) แต่ที่เด็ดสุดนี่คงต้องยกให้หินเนื้อคู่ ตอนนั้นมีกรุ๊ปนักท่องเที่ยวไทยกลุ่มอื่นไปด้วยพอดี พวกเราก็ไปแอบ ๆ ฟังที่ไกด์เค้าพูด บอกว่ากอดอย่างนั้นจะให้ผลอย่างนี้ เอาแก้มแนบนั่น แนบนี่ ให้นึกถึงหน้าเค้าตอนกอด โง้นงี้งั้น พอในจังหวะทางโล่ง แปดคนนี้มันก็ไม่พลาด กอดกันซะให้ครบ (หัวเราะ) แล้วก็มาเหนื่อยกันต่อตรงนี้.... 
HongKong9.jpg 
ถ้าใครโยนเหรียญเข้าปากปลาสำเร็จแล้วอธิษฐาน สิ่งที่เราหวังจะสมปรารถนา เค้าว่างั้น (หัวเราะ) ไอ้พวกแปดคนนี่ก็เลยโยนกันเอาเป็นเอาตาย เข้าบ้างไม่เข้าบ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วเข้ากันนะ ของเรานี่โยนเหรียญตัวเองไม่เข้า แต่หยิบเหรียญใครไม่รู้ที่ตกลงมาโยนซวบ! เข้าซุ่บ! (กร๊ากกกก) ก็เลยว่ากันว่า เพราะจุดนี้หรือเปล่าหว่าที่ทำให้พวกเราโชคดีได้เจอกับวินส์ (นี่ก็ยังไม่เลิก 555555) 

HongKong10.jpg 
มุมนี้ก็สวยจ้ะ

เสร็จสิ้นจากตรงนั้นพวกเราก็กลับเข้าไปในเมืองกัน แล้วก็ตรงไปที่ฮอลล์ดูคอน w-inds. ต่อนั่นเอง สุขซ่านใจกันไปถ้วนหน้าชะเอิงเอย ทีนี้ มาดูสีสันยามค่ำคืนกัน (หัวเราะ) 
HongKong11.jpg 
ฮ่องกงเป็นเมืองที่ประชากรเค้าหนาแน่นจริง ๆ แล้วก็ยอมรับเลยว่าคนสูบบุหรี่เยอะมาก ที่สำคัญ ผู้หญิงก็สูบเยอะด้วยนะ ไอ้หน้ากากที่เราพกติดไปด้วยนี่ไม่ได้ใช้กันหวัดกันอะไรเลย กันควันบุหรี่ลูกเดียว เพราะคนสูบเยอะจริง ๆ 

HongKong12.jpg 
และนี่คือสารพัดของเสียบที่เรากินเยอะมาก (หัวเราะ) มันมีทั้งลูกชิ้น ปลาหมึก เต้าหู้ ผ้าขี้ริ้ว(?) อะไรอีกล่ะ (ฮา) รสชาติก็ใช้ได้นะ กันตายได้ในระดับหนึ่ง

ต่อไปนี้คือจุดที่ชอบมาก ๆ นั่นคือ Avenue of Stars ตอนที่ไปคนก็เยอะกำลังดี เสียดายที่พวกเราไปไม่ทันโชว์ Symphony of Lights แต่ไม่เป็นไร เพราะตอนที่ไปถึงแสงไฟจากตึกฝั่งตรงข้ามก็ยังสวยมาก ๆ 

HongKong13.jpg 
มันดูมีเสน่ห์และมีมนตร์ขลังดีเนาะ โรแมนติคมาก ๆ ด้วย 

HongKong14.jpg 
มุมใกล้กันก็สวย นี่ถ้าฝีมือและคุณภาพกล้องดีกว่านี้รูปคงออกมาสุโก้ยกว่านี้ล่ะ 

HongKong15.jpg 
แล้วก็นี่ พยายามซูม HK Convention & Exhibition Centre ที่ที่ w-inds. เล่นคอนไปจ้ะ

ทีนี้ข้ามมาฝั่งมาเก๊าบ้าง เสียดายที่เวลาที่มาเก๊ามีน้อยเลยไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยยกเว้นเวเนเชียน ถ้ามีโอกาสก็อยากไปอีก เพราะเมืองมันสงบ สวย และมีเสน่ห์มาก ๆไม่วุ่นวายเหมือนที่ฮ่องกง 

MCA8.jpg 
นี่คือโรงแรมที่พักกันในมาเก๊าจ้ะ Best Western Hotel Taipa อยู่ใกล้สนามบิน สะดวกดี และที่สำคัญ อยู่ใกล้กับบ้านเพื่อนเรามาก เดินไปหามันแค่สิบนาทีถึง 

MCA9.jpg 
เราชอบตึกที่มาเก๊า มันเยอะแต่มันสวยและไม่ดูรกตา มันดูสงบ อากาศ(ช่วงนั้น)ก็กำลังดีเลย 

MCA10.jpg 
เหล่า KR crew กำลังมุ่งหน้าไปที่ไหนซักแห่ง (ฮา) 

MCA11.jpg 
สวยดีเนอะ มันดูกลมกลืนกันดี 

MCA12.jpg 
ชอบรูปนี้มาก ๆ น้องกำลังเล่นชิงช้า เป็นภาพที่น่ารักมาก ๆ (แพ้เด็ก ฮา) 

MCA13.jpg 
อันนี้แอบถ่ายมา เด็กมัธยมกำลังไปโรงเรียนกัน เห็นหลายคนเดินไปพลางท่องตำราไปพลาง ดูเหมือนกำลังจะมีสอบรึเปล่า?? 

MCA14.jpg 
อ่ะ แถมอีกซักรูป


ทีนี้มาดูของดีที่เราเอาไว้ปิดท้าย (ฮา) คืนแรกที่ไปถึงมาเก๊าก็ไปเที่ยวที่ Venetian กันจ้ะ สวยมาก ๆ เก็บรูปงาม ๆ มากันไม่หวาดไม่ไหว 

MCA7.jpg 
นี่เป็นมุมด้านหน้าจ้ะ สวยเนอะ ๆ 

MCA1.jpg 
อ่ะ นี่ก็อีกมุม สวยไม่แพ้กัน 

MCA2.jpg 
อันนี้ขอมีเอี่ยวหน่อย (ฮาเหิด) สังเกตชุดที่ใส่อยู่ เป็นวันเดียวกับที่เจอเคตะที่หม่งก๊กจ้ะ พอเสร็จเราก็ข้ามมามาเก๊ากันเลย  

MCA-3.jpg  
เข้ามาข้างในแล้วยิ่งสวย บรรยากาศดีมาก ๆ เลย มันดูไฮโซและหะรูหะราจริง ๆ 

MCA4.jpg 
กระทั่งเพดานก็ยังไม่เว้น (มันถ่ายมาหมด 55555) เป็นจิตรกรรมโปรตุกิสที่งามแต้ ๆ เน้อ 

MCA5.jpg 
อันนี้ออกมาข้างนอกกันอีกครั้ง เก็บทุกเม็ดของความงามยามค่ำคืน (ฮา) 

MCA6.jpg 
อันนี้เห็นแค่แบรนด์ก็เอา (หัวเราะ) และขอปิดท้ายด้วย.....  

MAC15-minatoCK.jpg  
ขออภัยที่ทำลายภาพและบรรยากาศอันแสนจะงดงามเบื้องหลัง แต่มันจำเป็นต้องปิดจริง ๆ!! (หัวเราะ)

ก็คงต้องขอจบเอนทรี่นี้แต่เพียงเท่านี้แหละจ้ะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชม หวังว่าคงจะช่วยทำให้จิตใจสำราญได้ไม่มากก็น้อย แล้วเจอกันจ้า ^[+++++]^

Credit all pictures: Me and my camera



 

Day by Day | Comments(12) | Trackback(0)
« Prev | HOME | Next »